Review กล้องติดรถยนต์ เกาหลี Lukas LK-7950 WD Wi-Fi

0
2596
Lukas LK-7950 WD Wi-Fi
ผมได้รับ Lukas LK-7950 WD มาจากผู้นำเข้าจาก Lukas คือ บ.เอปัวร์ซิกไนน์ จำกัด
ผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการของกล้องติดรถยนต์ Lukas เพื่อให้ทำการจัดทำรีวิวกล้องติดรถยนต์ Lukas LK-7950 WD
ซึ่งยังไม่ออกวางจำหน่ายในหน้า Lukas ภาษาอังกฤษเลย

กล้องติดรถรุ่นนี้ รองรับ Wi-Fi และ Full HD ทั้งหน้าและหลังด้วยนะครับ
สำหรับ Lukas รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ทำกล้องติดรถแบบมี Wi-Fi ขึ้นมา เดี๋ยวมาทดสอบกันครับ แต่รับรองไม่ผิดหวัง พูดเลย

สเปคกล้องติดรถ Lukas LK-7950 WD

  • เซ็นเซอร์ & ความละเอียด กล้อง
  • กล้องหน้า 2.1 M Sony sensor Full HD 1080P@30fps
  • กลังหลัง 2.1 M Sony sensor Full HD 1080P@24fps
    องศากล้อง
  • องศากล้องหน้า 135องศา
  • องศากล้องหลัง 130องศา
  • Wi-Fi รองรับ 802.11b/g/n (2.4~2.4835 GHz)
  • ไฟล์วิดีโอ = .AVI
  • G-sensor = รองรับ
  • GPS = รองรับ Built-In Dual Band(GPS+Glonass)
  • บันทึกเสียง =  รองรับ
  • เสียงแจ้งสถานะ = รองรับ 20 ภาษาทั่วโลก รวมภาษาไทย
  • CPL = รองรับเลนส์ตัดแสงสะท้อน 37mm.
    หน่วยความจำรองรับ 2 Slot
  • SD Card : SDHC / SDXC รองรับสุด 256GB
  • Micro sd card : Micro SDHC / Micro SDXC รองรับสุด 256GB
  • โปรแกรมดูย้อนหลัง = Lukas viewer และดูได้จากโปรแกรมมีเดียทั่วไป
  • ระบบวัดแรงดันแบตเตอรี่และตั้งเวลาในตัว
  • ใช้ไฟ DC 10V~24V 370mA
  • อุณหภูมิสำหรับการทำงานปรกติ -30 องศา ~ 80 องศา
เปิดกล่อง กล้องติดรถ
อุปกรณ์ในกล่อง
  • กล้องหน้า Lukas LK-79350 WD
  • กล้องหลัง Lukas LK-79350 WD
  • UV Filter
  • หน่วยความจำ
  • SD card และ Micro sd card ของ Lukas
  • สายไฟ DC แบบเปลือยสำหรับต่อตรง
  • สายต่อกล้องหน้าและหลัง Lukas
  • ขายึดกล้องหน้า 2 อัน
  • คู่มือการใช้งาน
  • เคเบิ้ลคลิป กาวสองหน้าสำหรับติดขายึดกล้องหน้าและกล้องหลัง
  • 6เหลื่ยมสำหรับยึดกล้องหน้าอุปกรณ์ต่างๆ
    เมม 2 อัน เป็น SD Card และ Micro Sd Card

    คู่มือ (บางรูปยืมมาจากรีวิว Lukas LK-9300 DUO นะครับ)

    ชุดสายไฟกล้องหน้าและหลัง

    ขายึด มีมาให้ 2 แบบ

 

กาวสองหน้า

สายไฟต่อเข้ากล้องและกล่องฟิล์ว

ตัวกล้อง

กล้องหน้า ครับ

ด้านหลัง

มีปุ่มหลังเครื่อง
มี 2 ปุ่ม Emergency และ Mute พร้อมหน้าจอแสดงผล Digital

ด้านล่าง
อีกมุมเป็นช่อง USB ของ Wi-Fi Doggle ครับ

ด้านข้าง
สวิทย์เปิดปิด ตัวเครื่อง

อีกด้านหนึ่งเป็นที่ใส่ หน่วยความจำ สามารถใส่ได้สูงสุด 512GB

GPS ของกล้องเป็น Mount ติดกระจกในตัว

กล้องหลังด้านหน้า

ด้านข้างเป็นช่องต่อสายสัญญาณไปกล้องหน้า

การบันทึก

กล้องรุ่นนี้สามารถใส่หน่วยความจำได้ 2 Slot
ตัว SD Card ใช้บันทึกสำหรับ Always mode, Motion  mode, Drive information และ ค่า Config ตัวเครื่อง
Always mode =  การบันทึกปรกติ
Motion  mode = ระบบตรวจจับความเคลื่อนไหว

ส่วน Micro SD Card ใช้บันทึกในส่วนของ Event mode โดยเฉพาะ
Event mode = การบันทึกเมื่อเกิดการสั่นสะเทือนขึ้นที่ตัวกล้องวัดการสั่นสะเทือนผ่าน G-Sensor

หน่วยความจำรองรับการทำงานถึง 512GB 256GB x 256GB
โดยหากใช้งานตามที่สเปคกำหนดจะบันทึกยาวนานถึง 36.48 ชม. ในโหมดการบันทึกปรกติ (Always mode)
และโหมดตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motione mode) 30.16 ชม.
ไม่รวม Event mode ที่บันทึกใน Micro Sdcard เต็มๆ 1 Slot

ระยะเวลาการบันทึกของแต่ละโหมดการบันทึก
Always mode = การบันทึกไฟล์ละ 3 และ 5 นาที ค่าโรงงานตั้งไว้ 3 นาที
Motion  mode = การบันทึกไฟล์ละ 30 วินาที ก่อนการเกิด Motion 10 วิ และหลัง 20 วินาที
Event mode = การบันทึกไฟล์ละ 30 วินาที ก่อนการเกิด Motion 10 วิ และหลัง 20 วินาที

โหมดตรวจจับการเคลื่อนไหวของ Lukas LK-7950 WD สามารถกำหนดพื้นที่ในการตรวจจับการเคลื่อนไหวได้
การบันทึกในโหมดตรวจจับการเคลื่อนไหสแยกหน้าและหลัง คือ
เมื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวได้ที่กล้องใด บันทึกเฉพาะกล้องนั้นเท่านั้น ไม่บันทึกทั้งคู่

ระบบ Wi-Fi
Lukas LK-7950 WD เป็นรุ่นแรกที่ทำ Wi-Fi ออกมา มี App รองรับทั้ง Android และ iOS
การเชื่อมต่อกล้องกับมือถือสมาร์ทโฟนผ่าน App
หลังจากดาวน์โหลด App ของ Lukas ที่ Play Store และ App Store
สำหรับ iOS
เปิด Wi-Fi และทำการเชื่อมต่อ Wi-Fi ชื่อ LUKAS แล้วกรอกรหัสผ่าน 8 หลักคือ “11111111”
หลังจากเชื่อมต่อเรียบร้อยแล้วให้เข้าไปที่ App Lukas ได้ทันที

การใช้งาน App Lukas
App ของ Lukas นั้นไม่สามารถดูแบบเรียวไทม์ได้เหมือนกล้องติดรถยนต์
ที่มีระบบ Wi-Fi ที่เคยรีวิวมา ไม่แน่ใจว่าอนาคตจะมีมั้ย

การทำงานของ App ของ Lukas
เมื่อเชื่อมต่อกับกล้องได้แล้วและเข้าใช้งานกล้องในโหมดต่างๆสามารถใช้งานได้ทันทีและกล้องไม่มีการหยุดการบันทึก

ยกเว้นเมนู Setting เท่านั้น

ฉะนั้นเราสามารถดูย้อนหลังและบันทึกลงมาเก็บไว้ในสมาร์ทโฟนได้ทันที
ในขณะที่กล้องยังบันทึกไปตามปรกติ

ระยะของ Wi-Fi สามารถทำได้ไกลกว่า 20 เมตรในพื้นที่โล่ง
ทดสอบจากการนำรถเข้าบริการล้างรถและผมเข้ามานั่งรอในห้องรับรองลูกค้าที่เป็นห้องกระจกสัญญาณ Wi-Fi
แกว่งขึ้นบ้าง ลดลงบ้าง แต่สามารถดูภาพได้ลื่นไหลครับ

สำหรับ Android
ขออภัยไม่มีอุปกรณ์ในการทดสอบครับ

โปรแกรมสำหรับ PC

หน้าตาการตั้งค่าต่างๆครับ

ความร้อน
ใช้งานขณะขับรถและใช้งานโหมดจอดรถอุณหภูมิไม่ต่างกันเท่าไหร่ครับ
ขณะใช้งานปรกติ

ขณะจอดรถใช้งานโหมดจอดรถ  ลานจอดในห้าง

การใช้งานทดสอบขณะจอดตากแดดจัด

ช่วงเวลา 09:00 – 12:00 โดยประมาณ สถานที่จอดรถลานจอดไม่มีหลังคา
อุณหภูมิดูสูงแต่ยังอยู่ในสเปคที่กำหนดครับ

หากต้องการใช้งานโหมดจอดรถในสถานที่โล่งตากแดดเปรี้ยงๆแบบนี้แนะนำเฉพาะบางครั้งนะครับ เช่น ที่จอดรถเปลี่ยว ริมถนนที่รถสัญจรเยอะอาจเกิดอุบัติเหตุแบบนี้เป็นต้น ถึงแม้กล้องมีระบบตัดการทำงานเมื่ออุณหภูมิการทำงานขณะตากแดดบ่อยๆ
ก็ทำให้อายุการใช้งานของกล้องน้อยลงได้ครับ

คลิปทดสอบครับผม

คลิปทดสอบฟิล์ม 40% หน้า และ 60% หลังครับ

กล้องหน้า ช่วงเช้า

 

กล้องหลัง ช่วงเช้า

 

กล้องหน้า กลางคืน

 

กล้องหลัง กลางคืน

 

Motion mode
กล้องหน้า

 

กล้องหลัง
ชุดนี้ฟิล์มหน้า 60% ไม่มีฟิวเตอร์ ฟิล์มหลัง 80% นะครับ
ภาพจะมืดกว่าปรกติสำหรับกล้องหลัง
แต่สามารถมองเห็นได้ในฟิล์ม 80% ฉะนั้นถ้ารถฟิล์มบางกว่านี้ยิ้มได้เลยครับAlways mode บันทึกปรกติ
กล้องหน้า กลางวัน

กล้องหลัง กลางวัน

กล้องหน้า กลางคืน

กล้องหลัง กลางคืน

Event mode
กล้องหน้า

กล้องหลัง

Motion mode
กล้องหน้า กลางวัน

กล้องหลัง กลางวัน

 

ดูทั้งหมด

ราคาตอนนี้ราคาจากตัวแทนจำหน่ายยังไม่ออกนะครับ
รุ่นนี้ผมได้มาเพื่อทำการรีวิวโดยเฉพาะครับ